THAI TIME สิงห์บุรี

“ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านทวิบุญ” โมเดลเกษตรทฤษฎีใหม่กลางเมืองอุตสาหกรรม

4508 Views

Loading

ใครว่าอุตสาหกรรมกับเกษตรกรรมอยู่ร่วมกันไม่ได้? ท่ามกลางโรงงานและตึกรามบ้านช่องผุดขึ้นแทบทุกพื้นที่ของสมุทรปราการตามการเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกัน ณ มุมเล็กๆ ย่านบางบ่อ ผืนดินธรรมดาที่เคยรกร้างไร้ชีวิตชีวาในอดีตได้ถูกพลิกโฉมจนกลายเป็น “ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านทวิบุญ” ห้องเรียนธรรมชาติด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ในการจัดสรรพื้นที่นาข้าว ปลูกพืช แหล่งน้ำ รวมถึงที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์อย่างลงตัว สนองแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมผลักดันให้เป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางบางบ่อ

         นางสาวครวญคำนึง รุดดิษฐ์ และ นางชวาลา ปาริยพันธ์ 2 พี่น้องข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า ที่ดินผืนนี้เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายของคุณพ่อบุญช่วยและคุณแม่บุญล้อม รุดดิษฐ์ ซึ่งในอดีตเป็นนาข้าวที่ใช้หล่อเลี้ยงทุกชีวิตในครอบครัวมาไม่ต่ำกว่า 70 ปี กาลเวลาผ่านไป ประกอบกับลูกหลานแยกย้ายไปประกอบอาชีพข้าราชการกันหมด ทำให้ไม่ได้ใช้งานยาวนานเกือบทศวรรษ จนเมื่อคุณพ่อถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2554 ทายาททั้ง 5 คน ได้แก่ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ รองผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศตรี เชี่ยวชาญ รุดดิษฐ์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงพี่สาวทั้ง 2 ท่าน จึงเลือกรักษาที่ดินนี้เอาไว้ และก่อตั้งแหล่งเผยแพร่องค์ความรู้เกษตรกรรมตามเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษในการสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมโดยรวม

          ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านทวิบุญ เป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรกรรมแบบผสมผสาน ซึ่งทายาททั้ง 5 ท่านลงความเห็นว่า หากทำเกษตรเชิงเดี่ยวอาจไม่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างหลากหลาย จึงนำแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ในการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยอย่างคุ้มค่า แบ่งเป็นนาข้าว 30% ปลูกพืชนานาชนิด 30% สระน้ำสำหรับกักเก็บยามแห้งแล้งและเลี้ยงสัตว์น้ำ 30% รวมถึงที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์อื่นๆ อีก 10% และก่อตั้งเป็นศูนย์ฯ ในปี พ.ศ. 2559 นั่นเอง

           เนื่องจากในอดีตที่ดินแห่งนี้เคยเป็นท้องนาที่ไม่ได้ใช้มาเป็นเวลานาน อีกทั้งพื้นที่โดยรอบเป็นโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ดินที่อยู่ข้างล่างแข็งเกินกว่าจะทำการเกษตรได้ ดังนั้นจึงต้องทำการปรับสภาพหน้าดินก่อนโดยใช้ปุ๋ยคอก ปูนขาวโรยลงไปบนหน้าดิน ผสมกับแกลบหรือหญ้าคลุมดิน แล้วมันก็จะรวมกันเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมต่อการสานต่อเกษตรทฤษฎีใหม่รูปแบบต่างๆ แล้ว
          บรรยากาศสงบ สบายภายในศูนย์ฯ มีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ประกอบด้วย แปลงผักสวนครัว แปลงผักไฮโดรโปนิกส์ การผลิตข้าว 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมนิล ซึ่งที่นี่สามารถทำได้ทุกขั้นตอน เพราะมีทั้งนาและโรงสีข้าวขนาดเล็ก ภายใต้บ่อน้ำมีสัตว์น้ำนานาชนิด ทั้งปลาและกบ รวมถึงบ่อปลาสลิดซึ่งเป็นสินค้าขึ้นชื่อของอำเภอบางบ่อ พื้นที่บริเวณคันนาและรอบบ่อปลาก็ไม่ถูกทิ้งให้สูญเปล่า เพราะมีการปลูกไม้ยืนต้นหลายชนิด นอกจากนี้ ยังแบ่งเนื้อที่ไว้สำหรับเลี้ยงวัว เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงห่าน สาธิตการทำดินจากมูลไส้เดือนและปุ๋ยชีวภาพ
         ไม่เพียงแต่การพลิกฟื้นผืนดินมรดกให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวบางบ่อเท่านั้น แต่ทางศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านทวิบุญยังมีแนวทางในการพัฒนาองค์ความรู้ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายให้เป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางบางบ่อ และคงดีไม่น้อยหากในอนาคตทั้ง 6 อำเภอในจังหวัดสมุทรปราการ จะมีศูนย์การเรียนรู้ในลักษณะเช่นนี้อย่างน้อย 1 แห่ง เพื่อถ่ายทอดเกษตรแนวทางเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสานไปสู่วงกว้างมากขึ้น

         ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงทวิบุญ ตั้งอยู่เลขที่ 69/2 หมู่ที่ 1 ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น. หากใครสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 08 1294 6554

Comments

comments