สิงห์บุรี ดีจัง

เยี่ยม..บ้านข้าวหอมสิงห์บุรี เกษตรกรตัวอย่างของบ้านเรา..ยอมทิ้งชีวิตหรู “วิศวกร-พยาบาล” มาสู่ภาคการเกษตรเต็มตัว!?

1508 Views

Loading

 

            ผมได้รับการชักชวนจากคุณวิระ-คุณสายพิน ชูเชื้อ เจ้าของตัวจริงเสียงจริง “บ้านข้าวหอม” ต.หัวไผ่ อ.เมืองฯ จ.สิงห์บุรี ให้มาแวะไปเยี่ยมเยือนบ้าง หลังจากไม่ได้พบปะกันมาแรมปี ซึ่งการไปเยือนคราวนี้ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย..
           ทั้งคุณวิระและคุณสายพิน ถือเป็นเกษตรกรตัวอย่าง ที่ผมยกย่องในฐานะเป็นผู้ทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจอย่างแน่วแน่ เพื่อผลิตข้าวและพืชผักผลไม้ปลอดสารพิษ ถึงกับยอมทิ้งชีวิตลูกจ้างในตำแหน่งวิศวกร บริษัทญี่ปุ่น เงินเดือนสูงลิบ พร้อมกับศรีภรรยาที่ลาออกจากราชการ ในตำแหน่งพยาบาล(ระดับ 7) เพื่อมาร่วมกันสร้างความฝันและอุดมการณ์ ที่ทั้งคู่เชื่อมั่นว่า นี่คือความสุขในชีวิตบั้นปลาย
         “..ครอบครัวผมเป็นลูกเกษตรกร มีอาชีพทำนามาตั้งแต่ปู่-ย่า-ตา-ยาย หลังจากเรียนจบด้านวิศวกร ก็ได้เข้าทำงานในภาคอุตสาหกรรมและใช้ชีวิตทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นมากว่า 30 ปี ผมได้เห็นถึงการใช้วัตถุดิบ ทรัพยากร รวมถึง คน..ในภาคการผลิตอย่างสิ้นเปลือง และหาความสุขอย่างแท้จริงไม่ได้..” คุณวิระอธิบายถึงเบื้องหลังการตัดสินใจทิ้งอาชีพวิศวกร หวนสู่ท้องไร่ปลายนา
            ขณะที่ศรีภรรยา ก็เห็นพ้องต้องกันว่า จะขอใช้องค์ความรู้ในภาคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของครอบครัว และความรู้ด้านสุขอนามัยจากอาชีพพยาบาล มาร่วมกันผลิตข้าวและพืชผักที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย ภายใต้แนวคิดที่ว่า คนเราควรกินเพื่อให้มีชีวิตอยู่ ไม่ใช่มีชีวิตอยู่ เพื่อกิน !!!
            ระยะเริ่มแรกทั้งคุณวิระและสายพิน บอกว่าเหนื่อยจนแทบจะถอดใจ ลองผิดลองถูก ล้มลุกคลุกคลานมาหลายปี กว่าจะเริ่มเห็นช่องทางและค้นพบองค์ความรู้ที่สามารถต่อสู้กับสารเคมีที่มีอยู่รอบผืนนาของตนเองได้เป็นผลสำเร็จ
           “ท่องคาถาปลุกและปลอบใจตนเองอยู่เสมอว่า เรา..ต้องทำได้ เราทำได้ และเราก็ทำได้” วิระบอกถึงความเหนื่อยยากว่า การเรียนรู้ภาคทฤษฎีเป็นแค่แนวทางให้เราเดินเท่านั้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปตามหลักการที่ว่านั้นเสมอไป เพราะในชีวิตจริงยังมีปัจจัยอื่นทั้งที่เราสามารถควบคุมได้และไม่ได้เข้ามากระทบอยู่เสมอ ประสบการณ์และการเรียนรู้อย่างตั้งใจ อดทน และมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำให้เราค้นพบองค์ความรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสารเคมี
             ปัจจุบัน บ้านข้าวหอม ไม่ใช่แค่เพียงผู้ผลิตข้าวไรซ์เบอรี่ปลอดสารเพียงอย่างเดียว แต่ยังขยายผลออกไปเป็นศูนย์เรียนรู้ที่พร้อมเปิดรับผู้สนใจให้เข้ามาเยี่ยมชม เพื่อศึกษาแนวทางตามวิถีเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ ซึ่งทั้งคู่บอกว่ายินดีเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ทั้งหมดให้อย่างเต็มที่
            และที่น่าภูมิใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ บ้านข้าวหอมเปิดเป็นเป็นโฮมสเตย์ ให้บริการสำหรับผู้ที่ชื่นชอบคววามเงียบสงบ ภายใต้บรรยากาศกลางทุ่งนา บริโภคข้าวปลาอาหารอย่างปลอดภัย แถมได้ความรู้ติดไม้ติดมือไปปฏิบัติด้วยตนเองอีกด้วย
            บ้านข้าวหอม ได้รับการรับรองจากทางราชการบรรจุให้เป็นหนึ่งในเกษตรกรตัวอย่างของจังหวัดสิงห์บุรี และจัดอยู่ในกลุ่ม 1 ตำบล 1 SMe ภาคการเกษตร..เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงมีทั้งกลุ่มเกษตรกร ชุมชน นักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไป ไม่เว้นแม้กระทั่งหน่วยงานราชการแวะเวียนไปเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้อยู่มิได้ขาด..สุดยอด ขอปรบมือให้ครับ

Comments

comments