สิงห์บุรี ดีจัง

เยี่ยมชม วัดสะเดา..วัดเก่าแก่ริมลำแม่ลา

2296 Views

Loading

 

         วัดสะเดา ถือเป็นวัดเก่ามากอีกวัดหนึ่งของสิงห์บุรี ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตก ของลำแม่ลาในเขตหมู่ 1 ตำบลแม่ลา อำเภอบางระจัน ผมพยายามสืบค้นข้อมูลจากหลายๆ ด้าน แต่ก็ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีใด ทราบเพียงคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในย่านนั้นว่า รากเง้าดั้งเดิมของคนแถบนั้น มีเชื้อเป็นชาวอินเดียที่นับถือพุทธศาสนาอพยพ มาตั้งถิ่นฐาน โดยมีอาชีพเป็นชาวประมงเนื่องจากพื้นที่อยู่ติดกับลำแม่ลา มีปลาชุกชุม ขณะที่คนพื้นที่เดิมอีกส่วนหนึ่งจะประกอบอาชีพทำนา พออยู่ไปนานๆ เข้า ทั้งสองเชื้อชาติก็ผสมกลมกลืนกลายเป็นคนถิ่นฐานเดียวกัน
           แต่ยังมีหลักฐานอีกด้านหนึ่งระบุว่า ก่อสร้างประมาณปี พ.ศ. 2415 ซึ่งผมยังไม่แน่ใจ แต่เท่าที่ศึกษาอายุไม่ต่ำกว่า 140-150 ปี แน่นอน ‼️เป็นที่น่าสังเกตว่า พื้นที่แถบนี้เป็นที่ราบลุ่ม สมัยก่อนน้ำท่วมเป็นประจำ การเดินทางต้องใช้เรือในการสัญจร ผ่านทุ่งนาไปสู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ไม่มีถนนหนทางสะดวกสบายเหมือนเช่นในปัจจุบัน ที่สำคัญสมัยนั้นยังไม่มีวัดวาอาราม ให้ชาวบ้านได้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แม้จะพยายามปรึกษาหารือกันหลายครั้งว่าจะสร้างวัดให้เป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมทางศาสนาประจำหมู่บ้าน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีพระธุดงค์รูปหนึ่ง มาปักกลดอยู่บริเวณริมฝั่งตะวันตกของลำแม่ลา และพักแรมเพื่อบำเพ็ญศีลภาวนา โดยไม่มีใครทราบว่าท่านเป็นใครมาจากไหน..⁉️
            พอข่าวการมาปักกลดของพระธุดงค์แพร่กระจายออกไป สร้างความปีติยินดีให้กับชาวบ้านมาก ว่ากันว่านานมากแล้วที่คนแถวนี้ไม่ได้มีโอกาสได้พบเห็นพระภิกษุผ่านมาพักแรม จึงพร้อมใจเดินทางมาปรึกษาหารือกับพระธุดงค์รูปนั้นว่า จะสร้างเป็นศาลาเล็กๆ เอาไว้เพื่อประกอบกิจกรรมทางศาสนา โดยขอนิมนต์พระคุณเจ้าให้มาจำพรรษาเสียที่นี่ ซึ่งท่านก็เมตตาให้การสนับสนุน โดยชาวบ้านเรียกขานนามของท่านจนติดปากว่า หลวงพ่อนิล ตามสีผิวคล้ำของท่าน และตั้งชื่อวัดว่า วัดแม่ลา ตามชื่อลำแม่ลาแหล่งทำมาหากินสำคัญของชาวบ้าน
         ต่อมาวัดแม่ลาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดสะเดา” โดยมีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า มีพระเถระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง (เข้าใจว่าจะเป็น พระครูสิงห์ราชมุณี วัดระนาม อ.อินทร์บุรี) ได้มาตรวจการคณะสงฆ์ถึงวัดนี้ และเห็นสภาพวัดมีต้นสะเดาใหญ่ (วัดโดยรอบต้น น่าจะไม่ต่ำกว่า 8 เมตร สูงมาก) และต้นเล็กอีกเป็นจำนวนมากขึ้นอยู่ในบริเวณวัด จึงได้ปรารภกับเจ้าอาวาสในสมัยนั้น (หลวงพ่อฟุ้ง) ว่าควรจะถือเอาต้นสะเดานี้เป็นสัญลักษณ์ของวัดและขนานนามวัดนี้ว่า “วัดสะเดา” ซึ่งเจ้าอาวาสและประชาชนเห็นด้วย จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดแม่ลา มาเป็นวัดสะเดา นับแต่นั้นเป็นต้นมา..

Comments

comments