สิงห์บุรี ดีจัง

เชิญชวนแวะกราบขอพร..พระยืน”สมเด็จพุทธกัสสป” วัดโพกรวม : เดิมชื่อวัดตาสอน วัดใหม่สายเอเชีย

1622 Views

Loading

 

         ถ้าใครผ่านจังหวัดสิงห์บุรีโดยใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย จะเห็นพระยืนนามว่าสมเด็จพระพุทธกัสสป พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เหลืองอร่ามโดดเด่นอยู่ริมถนนฝั่งตะวันตก งดงามแปลกตาจนยากที่จะบรรยาย และกำลังจะกลายเป็นอีกจุดหนึ่งให้พุทธศาสนิกชน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวแวะพักรถเข้ากราบไหว้ขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลในระหว่างการเดินทาง..วัดแห่งนี้ก็คือ วัดโพกรวม ต.โพกรวม อ.เมืองสิงห์บุรี

        แม้ว่าวัดโพกรวมจะเป็นวัดใหม่ สร้างเมื่อราวๆ ปี 2511 หรือ 50 ปีที่แล้ว แต่ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจควรที่จะบันทึกเอาไว้ให้ลูกหลานชาวสิงห์บุรีได้จดจำ โดยวัตถุประสงค์แรกเกิดมาจากปัญหาการเดินทางไปทำบุญและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวหมู่ที่ 3 ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากเป็นชุมชนที่อยู่ห่างไกลจากวัด ทำเลที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างวัดดาวดึงส์ , วัดราษฎร์ประสิทธิ์ และวัดโฆสิตาราม ผู้เฒ่าผู้แก่จะไปทำบุญกันแต่ละคราว ยุ่งยากและลำบากลำบน ยิ่งฤดูน้ำหลากยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่

        จนกระทั่งนายประสิทธิ์ อินอ่วม พร้อมด้วยชาวบ้านได้หารือกันว่า น่าจะมีการตั้งวัดในย่านนี้อีกสักแห่ง เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีโอกาสได้ทำบุญสุนทานสะดวกขึ้น จึงคิดจัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้นมา ด้วยการใช้ไม้ไผ่ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในย่านนั้นมาทำเป็นโครงมุงด้วยใบมะพร้าว เพื่อใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจชั่วคราว โดยช่วงแรกมีพระธุดงค์มาพำนัก มาๆ ไปๆ เป็นอยู่แบบนี้อยู่ 3 ปี
         มาถึงยุคของนายสอน อินอ่วม ได้สืบทอดเจตนารมณ์ ด้วยการบริจาคที่ดิน 2 ไร่เศษ เพื่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์แบบถาวร ,uการถมที่ให้สูงเนื่องจากย่านนั้นเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมทุกปี แล้วสร้างเป็นศาลาดินแต่พื้นเทคอนกรีตแน่นหนา พร้อมกับไปกราบนิมนต์ หลวงพ่อเจิม หลวงตารอด และพระไล้ จากวัดสันคู นครสวรรค์มาจำพรรษา ชาวบ้านจึงร่วมแรงกันสร้างกุฏิให้พำนัก พร้อมกับตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่า “วัดตาสอน” ตามชื่อผู้บริจาคที่ดินให้กับทางวัด

         ปรากฏว่ามีประชาชนมาร่วมทำบุญกันมากขึ้นตามลำดับ กลายเป็นวัดที่ขึ้นชื่อว่าพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วมาก สามารถระดมทุนซื้อที่ดินเพิ่มได้อีก 9 ไร่ แต่ชาวบ้านไม่นิยมเรียกชื่อวัดตาสอน อาจจะเป็นเพราะจุดเด่นของวัดอยู่ติดกับถนนสายเอเชีย ทำให้ชาวบ้านเรียกกันจนติดปากว่า “วัดใหม่สายเอเชีย”เรื่อยมา
          จนกระทั่งปี 2529 กรมศาสนาได้อนุญาตให้ตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้องสมบูรณ์ แต่เปลี่ยนชื่อใหม่ตามชื่อตำบล เพื่อป้องกันความสับสนตามนโยบายของทางราชการในยุคนั้นว่า “วัดโพกรวม” มาจนถึงทุกวันนี้..

Comments

comments